2007-11-20
การปฏิสันถาวรต่อพระภิกษุสงฆ์
ความหมายและประเภทของการปฏิสันถาวร
การปฏิสันถาวร หมายถึง การทักทายปราศรัยแขกผูมาหา การต้อนรับแขกผูมาหาถึงท้องถิ่น เป็นการแสดงออกอาการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้มาเยือน การปฏิสันถาวรแป่งเป็น 2 ประเภท คือ การปฏิสันถาวรด้วยอามิสและการปฏิสันถาวรด้วยธรรม
1.การปฏิสันถาวรด้วยอามิส
อามิส หมายถึง สิ่งของต่างๆ ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ ขนม ดอกไม้ ที่นอน หมอน มุ้ง เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น
การปฏิสันถาวรด้วยอามิสหรืออามิสปฏิสันถาวร คือ การต้อนรับผู้มาหาด้วยการให้สิ่งของต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นด้วยความเหมาะสมที่ผู้ให้สามารถให้ได้และตามความต้องการของผู้รับ คนไทยส่วนมากมีลักษณะดังกล่าวดังตำกลอนสุภาษิต ธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ หมายความว่า เวลามีใครมาหาถึงบ้านเจ้าบ้านจะนำน้ำ ขนม ผลไม้ หมากพู มาต้อนรับพร้อมทั้งสนทนาไต่ถามทุกข์ สุข ซึ่งเต็มไปด้วยไมตรี ถ้าเป็นญาติพี่ น้อง เพื่อนฝูงที่สนิกันมากก็จะชวนกันรับประทานอาหารที่มีอย่ หากผู้มาหาเดินทางมาจากที่ไกลๆไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ก็ชวนให้ค้างคืนที่บ้าน อันนี้เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานานแถบทุกถิ่นฐาน ตัวอย่างที่แสดงถึงความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลมิใช่แต่ผู้ที่มาหาเท่านั้น เพียงทางผ่านก็สามรถแวะพักที่ศาลาหน้าบ้าน ซึ่งมีภาชนะใส่น้ำและกระบวยตังน้ำวางไว้หน้าบ้าน เพื่อให้ผู้สัญจรได้พักได้ดื่มน้ำซึ่งมีปรากฏตามบ้านในชนบท
2.การปฏิสันถาวรด้วยธรรม
การปฏิสันถาวรด้วยธรรมหรือธัมมปฏิสันถาร คือ การต้อนรับผู้มาหาด้วยการกล่าวคำให้ฟังหรือแนะนำกันในทางธรรม กิจที่ควรทำแก้แขกผู้มาเยือนด้วยปิยะวาจา ด้วยคำพูดที่หน้าฟัง ฟังแล้วเกิดความสบายใจ ทำให้เกิดความยินดีแก่ผู้รับ นับว่าเป็บอุบายเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำเป็นกิจวัตร ครั้งใดก็ตามที่มีพระภิกษุสงฆ์มาเฝ้า พระพุทธองค์ตรัสปราศรัย ตรัสถามความเป็นอยู่ การเดินทาง พร้องทั้งทรงให้คำแนะนำโดยการแสดงธรรม เพื่อแก้ปัญหาและทรงชี้ทางแก้ไข ให้พ้นจากความทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงปฏิสันถารด้วยธรรมตลอดจนที่ทรงพระชนชีพจนเสด็จปรินิพพานแม้ว่าพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานกว่า 2 พันปี แต่พระธรรมที่พระองค์ทรงเผยแพร่ไว้นั้นก็ยังดำรงอยู่จนถึงปัจจุบันด้วยพระสาวก พระภิกษุสงฆ์ ได้มีการปฏิสันถารด้วยธรรม แก่ผู้นับถือและศรัทธาในพระพุทธศาสนา
คุณค่าของการปฏิสันถาร
การปฏิสันถารด้วยอามิสและการปฏิสันถารด้วยธรรมผูปฏิบัติจะต้องปฏิบัติให้เหมาะสมกับโอกาสและบุคคล มิฉนั้นจะกลับเป็นโทษได้ คุณค่าของการปฏิบัติสันถาร ได้แก่
1.ผู้ให้ปฏิสันถารและผู้รับปฏิสันถารได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย
2.ผู้ให้ปฏิสันถารมีความสุขและมีความยินดีเมื่อได้ทำปฏิสันถาร
3.ผู้ให้ปฏิสันถารได้รับการยอมรับ มีคนอยากเป็นมิตรด้วย อยากช่วยเหลือรับใช้สร้างความสำพันธ์อันดีต่อกัน
4.ผู้รับการปฏิสันถารยอมรับนับถือ มีความยินดี และมีไมตรีจิตกับผู้ให้ปฏิสันถารกับตน
5.กิจการงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี